• ข่าวสารและกิจกรรม

LH Bank โชว์ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2559

28/07/2016

LH Bank โชว์ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2559

       LH Bank โชว์ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2559 ทำกำไรเติบโตกว่า 83.6% สินเชื่อด้อยคุณภาพต่ำเพียง 1.69% ย้ำกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง ลุยดิจิตอลแบงกิ้ง เน้นขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth ผ่านกลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

       นางศศิธร พงศธร (ฉัตรศิริวิชัยกุล) กรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) แถลงผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกปี 2559 ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ว่าผลการดําเนินงานครึ่งปีแรกปี 2559 ของบริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (LH Bank) มีกำไรสุทธิ 1,374 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 83.6% และผลการดำเนินงานของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 1,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 72.3% หลักๆ มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อ รายได้ค่าธรรมเนียม ตลอดจนการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้รวม (Cost to Income Ratio) ลดลงจาก 41.5% ของปีก่อนมาอยู่ที่ 34.2% รวมถึงการมีคุณภาพสินเชื่อที่ดี มีสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ลดลงเหลือ 1.69% จากสิ้นปีก่อนที่อยู่ที่ 1.89% ของเงินให้สินเชื่อรวม ขณะที่ค่าเฉลี่ย NPL ของระบบธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นไตรมาส 1/59 อยู่ที่ 2.64%  ธนาคารให้ความสำคัญกับการกันเงินสำรอง โดยธนาคารมีอัตราส่วนสำรองหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL Coverage Ratio) อยู่ที่ 122.0% จากสิ้นปีก่อนที่อยู่ที่ 98.0% อัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อสำรองพึงกันตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย อยู่ที่ 182.9% รวมทั้งธนาคารได้ดำรง Liquidity Coverage Ratio (LCR) อยู่ที่ระดับ  90-95% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ ธปท. กำหนดให้ในปี 2559 ต้องดำรงไม่ต่ำกว่าระดับ 60% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารสภาพคล่องและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ฝากเงินและลูกค้าของธนาคารได้เป็นอย่างดี


       สินทรัพย์รวม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2559 อยู่ที่ 211,615 ล้านบาท เติบโตจากสิ้นปีก่อน 6.0% โดยธนาคารมุ่งเน้นการขยายสินเชื่อที่มีคุณภาพ สำหรับสัดส่วนสินเชื่อของธนาคารเป็นดังนี้

  • สินเชื่อ Corporate เพิ่มขึ้นจาก 62% ณ สิ้นปี 2558 ขึ้นมาอยู่ที่ 64% 
  • สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 20%
  • สินเชื่อ SMEs อยู่ที่ 16%

       ธนาคารมีสาขาทั้งสิ้น 130 สาขา เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2558 จำนวน 4 สาขาแบ่งเป็นสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 48 สาขา และสาขาในภูมิภาค 82 สาขาหรือคิดเป็นสัดส่วน 37% และ 63% ตามลำดับ

       สำหรับความคืบหน้าเรื่องพันธมิตรทางธุรกิจกับ CTBC Bank นั้น เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา LHFG และ CTBC Bank ได้ร่วมลงนามในสัญญาจองซื้อหุ้น (Share Subscription Agreement) โดยสาระสำคัญของสัญญาจองซื้อหุ้น LHFG จะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 7,544,961,342 หุ้น เพื่อเสนอขายต่อ CTBC Bank ในราคา 2.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 35.6169% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด สำหรับสถานะปัจจุบัน LHFG อยู่ระหว่างจัดเตรียมข้อมูลเพื่อยื่นขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทย และ CTBC Bank อยู่ระหว่างจัดเตรียมข้อมูลเพื่อยื่นขออนุญาตต่อหน่วยงานทางการที่ไต้หวัน

        นางศศิธร กล่าวเพิ่มเติมว่าธนาคารคาดว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง ปี 2559 ยังมีความไม่ชัดเจน อันสืบเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดีกลยุทธ์ในครึ่งปีหลังของธนาคารยังเดินกลยุทธ์อย่างระมัดระวัง โดยตั้งเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อที่ 10-12% และยังคงเน้นการปล่อยสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อประเภทใดในทุกขนาดธุรกิจ สำหรับกลยุทธ์ด้านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรม บริการทางการเงินใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านดิจิตอลแบงกิ้ง อาทิ Mobile Application หรือ LH Bank M Choice ที่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่ง่าย ตอบโจทย์ ลูกค้าให้สามารถ โอนเงิน เช็คยอดเงิน ชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้ธนาคารได้สนับสนุนนโยบายภาครัฐที่ผลักดันระบบการรับ-โอนเงินของประเทศ คือ บริการพร้อมเพย์ (PromptPay) ธนาคารได้ออกโปรโมชั่น โดยมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ผูกบัญชี LH Bank พร้อมเพย์ กับบัญชีเงินฝากของ LH Bank โดยลูกค้าสามารถโอนเงินไปต่างธนาคาร (ORFT) โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมไม่จำกัดจำนวนครั้ง สำหรับการโอนเงินผ่านช่องทาง LH Bank Speedy (Internet Banking) และ LH Bank M Choice (Mobile Application) ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2559 และนอกจากลูกค้าจะได้รับโปรโมชั่นพิเศษดีๆ แบบนี้แล้ว ลูกค้ายังได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มมากขึ้นเมื่อสมัครใช้บริการ LH Bank พร้อมเพย์ กับธนาคาร เช่น

ประหยัด         บัตร LH Bank Debit Chip Card กดฟรีทุกครั้งทุกตู้ ทุกธนาคารทั่วไทย ไม่มีค่าธรรมเนียม

สะดวก            ใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลาผ่าน Mobile Application LH Bank M Choice และ Internet Banking LH Bank Speedy

คุ้มค่า              รับอัตราดอกเบี้ยสูง และสามารถเบิกถอนได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

คุ้มครอง          รับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ สูงสุด 25 เท่า วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท อีกหนึ่งข้อดี เมื่อสมัครใช้บริการ LH Bank M Choice จะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมคือ สามารถชำระบิลค่าสินค้าและบริการต่างๆ ได้ฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่จำกัดจำนวนบิล ตั้งแต่
วันนี้ –  30ธันวาคม 2559

       นายมนรัฐ  ผดุงสิทธิ์  กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund) เผยตัวเลขภาพรวมธุรกิจกองทุนรวมที่บริษัทบริหารในครึ่งปีแรกของปี 2559 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายใต้การบริหารจัดการทั้งสิ้น ประมาณ 58,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2558 จำนวน 7,800 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15.72% ถือว่าทำได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่โตเพิ่มประมาณ  8.73% บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดกองทุนรวมอยู่ในอันดับที่ 11 ของอุตสาหกรรมในครึ่งปีแรก LH Fund สามารถสร้างผลงานบริหารกองทุนได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกองทุนรวมหน่วยลงทุนอสังหาริมทรัพย์ (Fund of Property Funds) อย่างกองทุนเปิด แอล เอช ไทย พร็อพเพอร์ตี้ (LHTPROP) กองทุนเปิด แอล เอช พร็อพเพอร์ตี้ พลัส I (LHPROP-I) ในขณะที่กองทุนหุ้น เช่น กองทุนเปิด แอล เอช โกรท (LHGROWTH) ก็สามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นได้ไม่แพ้กัน นายมนรัฐกล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง LH Fund จะเดินหน้าขยายขนาดกองทุน โดยตั้งเป้า AUM ของกองทุนรวม ณ สิ้นปี 2559 อยู่ที่ประมาณ 74,500 ล้านบาท สำหรับกองทุนที่บริษัทบริหารจะเน้นจ่ายผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ และมีนโยบายการลงทุนในกองทุนโดยการกระจายความเสี่ยงการลงทุน ในลักษณะการแนะนำการลงทุนแบบ Asset Allocation ด้วยการเพิ่มการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนพร้อมผลตอบแทนที่ดีบริษัทมีแผนเสนอขายกองทุนใหม่ (IPO) กองทุนเปิด แอล เอช เจแปน–E (LHJAP-E) ระหว่างวันที่ 1-9 สิงหาคม 2559 บริษัทเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีของการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น หลังราคาปรับตัวลงค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน แถมมีปัจจัยบวกจากรัฐบาลญี่ปุ่นที่เตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ LHJAP-E เป็นกองทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในกองทุนหลัก คือ Amundi Funds Equity Japan Target โดยจะลงทุนใน Share Class IJ : Type of share (A) Accumulation โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ทั้งนี้ กองทุนหลักมีนโยบายที่จะลงทุนอย่างน้อย 67% ของสินทรัพย์รวมในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดญี่ปุ่น ที่มีมูลค่าของหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สิน หรืออัตราการเติบโตที่แท้จริงหรือเป็นหุ้นที่กำลังฟื้นตัว
        ด้านนายกานต์ อรรถธรรมสุนทร กรรมการผู้จัดการและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Securities) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปี 2559 หลังจากที่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยและประเทศเพื่อนบ้านในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็ได้กลับมาซื้ออีกครั้งนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม เป็นต้นมา จนมียอดซื้อสะสมสุทธิโดยประเทศที่มียอดซื้อสุทธิสูงสุดคือ ไต้หวัน รองลงมา คือ เกาหลีใต้ ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ นอกจากนี้หากพิจารณาผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันพบว่าให้ผลตอบแทนสูงสุดเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นภูมิภาค ขณะที่ตลาดหุ้นพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนติดลบโดย SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 158.70 จุด หรือเพิ่มขึ้น 12.34% (YTD) ซึ่งดีกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นก็คือกระแสเงินทุนไหลเข้า และแรงซื้อจากพอร์ตโบรกเกอร์ซึ่งซื้อสุทธิถึง 1.72 หมื่นล้านบาท และ 1.49 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ
       ครึ่งปีแรกของปี 2559 แม้ว่าภาพโดยรวมต้องเผชิญกับปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการเติบโต แต่บริษัทมีการเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ โดยมีรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ จำนวน 42.16 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 19.80 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 88.55% (YOY) ซึ่งเป็นผลจากการทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง การขยายสาขาเพิ่มรองรับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ประกอบกับความร่วมมือจากธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในการขยายฐานไปยังลูกค้าของธนาคาร และปัจจุบันบริษัทมี Market Share เฉลี่ยอยู่ที่ 0.31% สำหรับกลยุทธ์ในครึ่งปีหลังของปี 2559 บริษัทมีแผนงานพัฒนาระบบเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการใช้บริการ อาทิ การเปิดบัญชี Online จากระบบ Prompt Trade ผ่านหน้า Website ของบริษัท ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการเปิดบัญชีของลูกค้า การขยายสาขาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยมีแผนเปิดสาขาทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและภูมิภาคการเพิ่มบริการการลงทุนใหม่ๆ ให้ครอบคลุมในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เช่น Campaign “อัดแจกกันแบบไม่ยั้งกับ LHS Loyalty Program”
สะสมแต้มจากค่าธรรมเนียมการซื้อขาย เพื่อแลกเป็นเงินสดซึ่งยิ่งเทรดมากยิ่งได้มาก
       นางศศิธร กล่าวเสริมว่า ในครึ่งปีหลัง กลุ่มการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จะดำเนินงานด้วยความระมัดระวังพร้อมกับการดูแลคุณภาพสินเชื่ออย่างใกล้ชิด ธนาคารจะพัฒนาผลิตภัณท์และบริการใหม่ๆ ออกสู่ตลาด เพื่อเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมและนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ด้านการเงินให้กับลูกค้า พร้อมการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญต่อการพัฒนาบุคลากรการยึดมั่นในการประกอบธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีการยึดมั่นในจรรยาบรรณและจริยธรรมธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่นำมาซึ่งการที่บริษัทได้รับคัดเลือกให้เป็น 1ใน 100 บริษัทจดทะเบียน ที่มีความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Socialand Governance: ESG100) จากสถาบันไทยพัฒน์ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และบริษัทได้รับรางวัล Investor’s Choice Awards จากโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย โดยได้รับคะแนน 100 คะแนนเต็ม เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน